มีสารสำคัญ คือ กรดอะนิสิกและฟลาโวนอยด์หลายชนิด เช่น ไอโซซากูรานิติน และโอโดราติน นอกจากนี้ยังมีสารพวกน้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบไปด้วยสารยูพาทอล คูมาริน โดยสารสำคัญเหล่านี้จะไปออกฤทธิ์ที่ผนังเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดหดตัว และนอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ไปกระตุ้นสารที่ทำให้เลือดแข็งตัวได้เร็วขึ้น ทำให้สามารถห้ามเลือดได้[5]ใช้เป็นยารักษาแผลสด สมานแผล ถอนพิษแก้อักเสบ แก้พิษน้ำเหลือง แก้ตาฟาง แก้ตาแฉะ แก้ริดสีดวงทวารหนัก รักษาแผลเปื่อย ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประ ประเทศมาเลเซียใช้ยาต้มที่ใส่ใบใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
-
ต้นสด - เป็นยำบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า - รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือมีการชอกช้ำจากการกระแทก แก้พิษงูกัด - ปวดศีรษะข้างเดียว - ขับปัสสาวะ - แก้เจ็บคอ - เป็นยาห้ามเลือด ส่าแผลสด แก้โรคผิวหนัง - ลดความดัน แก้ช้ำใน
ใช้เป็นยาแก้ปวดศีรษะข้างเดียว ใช้ต้นสดไม่จำกัด รับประทาน หรือคั้นน้ำจากต้นสดรับประทาน ควรรับประทานติดต่อกัน 2-3 วัน - ใช้เป็นยาแก้เจ็บคอ ใช้ทั้งต้นสด 10-20 กรัม หรือ 1 กำมือ ตำคั้นน้ำเติมน้ำส้มสายชู 1-3 ช้อนแกง จิบบ่อยๆ - เป็นยาลดความดันโลหิตสูง ใช้ทั้งต้นสด 30-40 กรัม คั้นน้ำจากต้นสด เติมน้ำตาลเล็กน้อย รับประทาน 5-7 วัน - ยาแก้ช้ำใน (พลัดตกหกล้ม) ใช้ต้นสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำคั้นน้ำ เติมน้ำตาลเล็กน้อย ดื่ม 1 ครั้ง รับประทานติดต่อกัน 5-6 วัน - เป็นยาถอนพิษรักษาแผลน้ำร้อนลวก ใช้ทั้งต้นสด 2-3 ต้น ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลไฟไหม้ ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อน
ดอกสด - เข้ายาหอม ทำเครื่องสำอาง แก้ท้องเสีย ดอกแห้ง - เป็นยาบำรุงหัวใจ ปวดหัว เจ็บคอ ขับเสมหะ
ดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล - รสหวาน บำรุงโลหิตระดู แก้น้ำเหลืองเสีย แก้แสบร้อนตามผิวหนัง - บำรุงโลหิต บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท ขับระดู แก้ดีพิการ - โรคผิวหนัง ฟอกโลหิต - ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตัน
ชาดอกคำฝอย ช่วยเสริมสุขภาพ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด โดยใช้ดอกแห้ง 2 หยิบมือ (2.5 กรัม) ชงน้ำร้อนครึ่งแก้ว ดื่มเป็นเครื่องดื่มได้ - ดอกแก่ ใช้แต่งสีอาหารที่ต้องการให้เป็นสีเหลือง
น้ำมะนาว แก้โรคลักปิดลักเปิด (เลือดออกตามไรฟัน) ทำอาหาร ขับเสมหะ ฟอกโลหิต ทำให้ผิวนุ่มนวล แก้ซาง บำรุงเสียง บำรุงโลหิต ขับระดู แก้เล็บขบ แก้ขาลาย จิบแก้ไอ ดับกลิ่นเหล้า ฆ่าพยาธิในท้อง รักษาผม ขับลม รักษาลมพิษ แก้ริดสีดวง แก้ระดูขาว แก้พิษยางน่อง แก้ไข้ แก้ไข้กาฬ แก้ฝี แก้ปวด แก้อักเสบ
คั้นน้ำจากผลสด - ยาแก้ไอขับเสมหะ น้ำในผลที่โตเต็มที่ น้ำมะนาว 2-3 ช้อนแกง, เมล็ดมะนาว 10-20 เมล็ด นำน้ำมะนาวเติมเกลือเล็กน้อย จิบ จะช่วยทำให้เสมหะถูกขับออก และเสียงดี ถ้าเป็นเมล็ดมะนาวนำไปคั่วให้เหลือง บดให้ละเอียด เติมพิมเสน 2-5 เกล็ด ชงน้ำร้อนรับประทาน เป็นยาขับเสมหะ -ยาป้องกันหรือแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) ใช้น้ำจากผลที่แก่จัดไม่จำกัด เติมเกลือ น้ำตาล น้ำแข็ง ใช้เป็นเครื่องดื่ม หรือจะใส่ในอาหาร ก็ได้ผลเช่นกัน -ยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ใช้น้ำจากผล ครึ่งช้อนชา หรือ 1/4 ช้อนแกง แผลถูกมีดบาด เลือดไม่หยุด บีบน้ำมะนาวลงไป 3-4 หยด เลือดจะหยุด
แก้ท่อน้ำดีอักเสบ ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยแก้ไข แก้ตัวร้อน ดับพิษร้อน แก้ปากเปื่อย เป็นขุม แก้พิษฝี บำรุงน้ำดี แก้ตับม้ามพิการ แก้อักเสบฟกบวม แก้ปวดเนื่องจากลมคั่งในข้อ แก้หอบหืด ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิตระดู แก้ตับม้ามอักเสบ ช่วยขับพยาธิ แก้เจ็บปวดจากพิษต่างๆ เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้เบาหวาน แก้ไข้หวัด ช่วยต้านไวรัสเอดส์ ต้านมะเร็ง ใบช่วยสมานแผล ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นยาระบาย ช่วยป้องกันและรักษาโรคมาลาเรีย รักษาอาการอาการกรดไหลย้อนหรือแผลในกระเพาะอาหาร ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ เสริมการเผาผลาญน้ำตาล
ผลสด 6 – 15 กรัมต้มรับประทาน หรือผิงไฟให้แห้งบดเป็นผงรับประทาน ใช้แก้ร้อน ร้อนในกระหายน้ำทำให้ตาสว่าง แก้บิด ตาบวมแดง หรือใช้ตำพอกแก้แผลบวมเป็นหนอง ฝีอักเสบ เมล็ดแห้ง 3 กรัม ต้มน้ำดื่ม เป็นยากระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เพิ่มพูนลมปราณ บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง ใบสด 30 – 60 กรัม ต้มน้ำดื่ม แก้โรคกระเพาะ ขับพยาธิหรือใช้ใบสด คั้นเอานำทาหรือต้มเอาน้ำชะล้าง แก้ แผล ฝี บวมอักเสบ รากสด 30 – 60 กรัมต้มเอาน้ำดื่ม ใช้แก้ร้อน แก้พิษ บิดถ่ายเป็นเลือด หรือใช้ชะล้างแก้แผลฝีบวมอักเสบ และปวดฟัน เถาแห้ง 3 – 12 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้แก้ร้อน แก้พิษ บิด หรือใช้ชะล้างแก้ฝีอักเสบ ปวดฟัน
ช่วยบรรเทาโรคกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาแผลลำไส้อักเสบ แก้ท้องผูก ใช่เป็นยาระบาย ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีการเผาพลาญอาหาร ช่วยทำให้น้ำตาลในเลือดมีระดับคงที่ไม่ให้สูงเกินไป ช่วยลดความดันโลหิตสูง ช่วยให้ไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดอาการที่เสี่ยงต่ออาการเส้นเลือดในสมองแตก ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ ช่วยทำให้แผลแห้งและหายไว ช่วยรักษาแผลสดให้แห้งไว ช่วยในการห้ามเลือด ช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยบำรุงสายตา แก้อาการสายตาพล่ามัว ช่วยแก้อาการเมารถได้ แก้อาการนอนไม่หลับ ช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น เนื้อของวุ่นว่านหางจระเข้รักษาโรคผิวหนัง ช่วยฆ่าเชื้อราตามผิวหนัง ช่วยขจัดรอยแผลเป็น ทำให้แผลเป็นจางลง ช่วยรักษาตาปลาและฮ่องกงฟุต ช่วยรักษาอาการผิวหนังไหม้จากแสงแดด หรือไหม้เกรียมจากการฉายรังสี หรือแผลเรื้อรังจากการฉายรังสี ช่วยรักษาโรคเรื้อนกวางหรือ ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน
การเลือกใช้ใบจากต้นว่านหางจระเข้จะต้องมีอายุประมาณ 1 ขึ้นไป และใช้ใบข้างล่างสุดที่มีรูปล่างอ้วน อวบ เปล่ง อันเป็นใช้ได้ จากการวิจัยวุ้นของว่านหางจระเข้ไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่ปลอกเปลือกโดยใช้เทคนิคปลอดเชื้อ Aseptic technique เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อ ก่อนที่จะนำยางของว่านหางจระเข้มาใช้ในการรักษาแผลก็ควรจะล้างก่อน เพื่อป้องกันน้ำยางจากเปลือกมีสารแอนทราควิโนนที่ติดอยู่ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการคันหรือแพ้ได้ เมื่อตัดต้นว่านหางจระเข้มาแล้วควรที่จะใช้โดยทันทีภายใน 6 ชั่วโมงเพราะจะมีคุณค่าทางยาที่ดีและจะได้คุณภาพที่สูงสุด
เป็นยาขับเหงื่อ แก้ไข้ แก้ตัวร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้เจ็บคอ และทำให้เนื้อเยื่อชุ่มชื้น แก้ไอ เป็นยาระงับประสาท แก้ตาแดง แฉะ ฝ้าฟาง แก้ริดสีดวงจมูก ขับพยาธิ และเป็นยาสมาน แก้อาการติดเชื้อ รักษาแผลจากการนอนกดทับ เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ธาตุไม่ปกติ แก้โรคปวดข้อ ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยแก้อาการท้องผูก ช่วยรักษาอาการปัสสาวะสีเหลือง มีกลิ่นฉุนอันเกิดจากความร้อนภายใน ช่วยแก้ข้อมือข้อเท้าเกร็ง แก้โรคปวดข้อ ไขข้อ ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำ ช่วยจัดความร้อนในปอด และกระเพาะอาหาร
ใบ 5-9 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม แก้อาการปวดศีรษะ ตาลาย และเวียนศีรษะ รักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยการใช้เปลือกรากประมาณ 90-120 กรัม นำมาทุบให้แหลก แล้วนำมาต้มกับน้ำดื่มเช้าและเย็น หรือจะใช้ใบนำมาทำเป็นชาเขียวใช้ชงกับน้ำดื่มก็ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน ใบนำมาอังไฟและทาด้วยน้ำมันมะพร้าว ใช้วางบนแผลหรือตำใช้ทาแก้แมลงกัด เปลือกรากแห้ง ให้ใช้ครั้งละ 6-15 กรัม ส่วนใบแห้งให้ใช้ครั้งละ 6-15 กรัม, ส่วนผลแห้งให้ใช้ครั้งละ 10-15 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน ช่วยแก้อาการท้องผูก , ปวดข้อและไขข้อ , ช่วยรักษาภาวะตับและไตพร่อง , ขับปัสสาวะ , ขับน้ำในปวด , ทำให้เลือดเย็น , แก้เจ็บคอ , แก้ไอ , แก้กระหายน้ำ , ปวดศีรษะ ฯลฯ
รักษาโรคเส้นประสาท นอนไม่หลับ ทำให้หลับสบาย รักษาหืด รักษาโรคโลหิตพิการ รักษารังแค ขับพยาธิ ช่วยออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น เป็นยาระบาย และแก้อาหารท้องผูก ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง รักษาโรคบิด รักษาโรคเบาหวาน แก้ร้อนใน รักษาฝีมะม่วง รักษาโรคเหน็บชา ลดความดันโลหิตสูง ช่วยในการคลายความเครียดบรรเทาอาการจิตฟุ้งซ่าน รักษาโรคหนองใน รักษาวัณโรค รักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร รักษาโรคผิวหนัง แก้อาการเหน็บชาตามร่างกาย เป็นยาบำรุงไต ช่วยลดอาการไอ และขับเสมหะ แก้ลมดันในระบบทางเดินอาหาร รักษาแผลกามโรค รากใช้ทาแก้อัมพฤกษ์ให้หย่อน ช่วยบำรุงน้ำดี
การใช้ใบขี้เหล็กรักษาอาการท้องผูกตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน) ใช้ใบขี้เหล็ก 4-5 กำมือ ต้มเอาแต่น้ำดื่มก่อนอาหาร แก้อาการนอนไม่หลับ กังวล เบื่ออาหารใช้ใบแห้งหนัก 30 กรัม หรือใบสดหนัก 50 กรัม ต้มเอาน้ำดื่มก่อนนอน หรือใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า (ใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ไว้ 7 วัน คนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ กรองกากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก) ดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ก่อนนอน แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ยาถ่าย ใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นขนาดประมาณ 2 องคุลี ใช้ 3-4 ชิ้น ใช้ใบขี้เหล็กอ่อนหรือแก่ต้มกับน้ำ 1-1½ ถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มเมื่อตื่นนอนเช้า หรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว ช่วยรักษารังแค ด้วยการใช้ดอกขี้เหล็กผสมกับมะกรูดย่างไฟ 2 ลูก โดยต้องย่างให้มีรอยไหม้ที่ผิวมะกรูดด้วย ใช้ดอกขี้เหล็ก 2 ช้อนโต๊ะ พิมเสน 1 ช้อนชา นำมาปั่นผสมกันแล้วเติมน้ำปูนใส 100 cc. ปั่นจนเข้ากัน แล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำมันมะกอกเติมผสมเข้าไปประมาณ 60-100 cc. ผสมจนเข้ากันแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีก่อนการสระผมทุกครั้ง จะช่วยรักษารังแคได้ นำใบขี้เหล็กมาต้มน้ำสำหรับอาบ ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กำจัดเชื้อรา บรรเทาอาการปวดจากพิษแมลงกัดต่อย ด้วยการนำมาส่วนต่างๆมาบดผสมน้ำเล็กน้อย ก่อนจะประคบบริเวณที่ถูกต่อย ช่วยในการห้ามเลือด ด้วยการนำใบ และดอกอ่อนมาบด และกดประคบไว้ที่แผล
-บำรุงร่างกาย - ลดน้ำตาลในเลือด - ลดอาการอักเสบของเซลล์เนื้อเยื่อ - ลดคอเลสเตอรอล - ลดการติดเชื้อในร่างกาย - บำรุงสายตา - รักษาอาการริดสีดวงจมูก - ่บรรเทาอาการหวัด - บำรุงเส้นผม
- รักษาหวัด เลือดออกตามไรฟัน - มีสารต้านอนุมูลอิสระ - บำรุงหัวใจ - ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ - ลดคอเลสเตอรอลในเลือด - รักษาโรคกระเพาะอาหาร